You are currently viewing เลดี้ออฟจัสทิส ความยุติธรรมและการตัดสิน

เลดี้ออฟจัสทิส ความยุติธรรมและการตัดสิน

  • Post author:
  • Post category:Blog

หากมีเหตุการณ์ที่จำเป็นจะต้องตัดสินและเรียกร้องหาความยุติธรรมนั้นอันดับแรกที่พวกเราจะนึกถึงนั่นก็คือศาลนั่นเอง ศาลเป็นสถานที่สำหรับตัดสินคดีความต่างๆที่เกิดขึ้นกับบุคคลทั่วไปและให้ความยุติธรรมสูงสุดกับทั้งสองฝ่ายโดยฝ่ายที่ผิดก็ถูกดำเนินคดีว่ากันไปตามผิดหรือฝ่ายที่ถูกแต่ได้รับความเสียหายจะได้รับการชดเชย โดยสัญลักษณ์ของศาลที่เราคุ้นเคยนั้นก็คือสัญลักษณ์รูปตาชั่งที่เท่ากันทั้งสองข้างเป็นสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียมกันของทุกคนแต่ยังมีสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความยุติธรรมอยู่อีกอย่างเป็นรูปปั้นสากลที่รู้จักกันไปทั่วโลกในนามของ เลดี้ออฟจัสทิส เป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรมนั่นเอง ลักษณะของรูปปั้นจะเป็นหญิงสาวที่ถูกผ้าปิดตาไว้ ในมือข้างหนึ่งของเธอถือตาชั่งยกขึ้นสูงเหนือศรีษะ มืออีกข้างถือดาบที่ไม่ใส่ปลอกเอาไว้ข้างลำตัว และเท้าข้างหนึ่งเหยียบงูเอาไว้ รูปปั้นสัญลักษณ์นี้มีที่มาอย่างไรเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกัน

เลดี้ออฟจัสทิส เป็นใครมาจากไหน

ตามประวัติศาสตร์แล้วผู้ที่เป็นเทพีแห่งความยุติธรรมในปกรณัมกรีกนั้นก็คือเทพีเธมิส หรือที่ชาวโรมันรู้จักกันในนามเทพีจัสติเทีย เป็นหนึ่งใน 12 มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ก่อนมีการก่อตั้งเทือกเขาโอลิมปัส เทพีเธมิสเป็นคนซื่อตรงและมีความยุติธรรมมากเนื่องจากความสามารถของเธอคือสามารถแยกเรื่องจริงออกจากเรื่องไม่จริงและไม่สามารถพูดโกหกได้เทพีเธมิสยังเคยมีความสัมพันธ์กับเทพซุสก่อนที่เทพซุสจะแต่งงานกับเทพเฮร่า ดังนั้นจึงยังคอยเป็นที่ปรึกษาของเทพซุส คอยตักเตือนเทพซุสและทวยเทพบนสวรรค์เมื่อมีการกระทำที่ผิดกฎหรือมีกระทำการใดๆซึ่งไม่ยุติธรรม ทำให้เทพีเธมิสกลายเป็นสัญลักษณ์ของกฎระเบียบและความยุติธรรมจารีตประเพณีไปโดยปริยาย แต่ในรูปลักษณะของรูปปั้นนั้นไม่มีใครทราบว่ารูปรักที่แท้จริงนั้นเกิดขึ้นมาตอนไหนแต่มีการแพร่หลายของรูปปั้นนี้มาจากแถบอเมริกาเหนือในอดีตสมัยนานมากแล้ว และ สัญลักษณ์ต่างๆที่แสดงออกมาก็มีความหมายในตัวที่ค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์จึงได้เอารูปปั้นนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรม และค่อยๆแพร่หลายออกไปจนเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

ความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆที่ถูกแสดงบนรูปปั้น

ผ้าปิดตา : ในตอนแรกนั้นรูปปั้นไม่ได้มีผ้าปิดตาแต่เริ่มมีในศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า ผู้ที่ใช้กฏหมายเป็นเครื่องมือนั้นจะต้องไม่ปล่อยความคิดให้สับสนไปกับสิ่งภายนอกต่างๆไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงเงินทองความมีอิทธิพลต่างๆ และอย่ายอมให้มาบดบังความจริงจนยอมบิดเบือนเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ตาชั่ง : ตาชั่งนั้นใช้สำหรับชั่งสิ่งของและแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสิ่งใดเบากว่าสิ่งใดหนักกว่าอย่างไม่สามารถบิดเบือนได้ มีอิทธิพลมาจากตำนานของเทพีมาอัตของอียิปต์ที่จะชั่งขนนกกับหัวของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยขนนกเป็นตัววัดความดีความชั่วของคนผู้นั้นหากเบากว่าขนนกจะถูกส่งขึ้นสวรรค์ หากหนักกว่าจะถูกส่งลงนรก แต่หากเท่ากันจะต้องกลับมาเกิดใหม่ ตาชั่งจึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อตรงที่ไม่สามารถบิดเบือนได้ การยกขึ้นไว้เหนือหัวหมายถึงสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือความจริงนั่นเอง

ดาบ : ดาบที่ถือในมือนั้นเป็นดาบที่ไม่ได้อยู่ในฝักและมีทั้งสองคม หมายถึงผู้ที่ใช้กฎหมายนั้นมีอำนาจเสมือนถือดาบไว้ในมือเพื่อลงโทษผู้กระทำผิด และใช้ยังใช้เพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์อีกด้วย   แต่ดาบนั้นก็เป็นดาบสองคมที่สามารถตัดสินให้ถูกหรือผิดก็ได้ดังนั้นต้องเลือกใช้ให้ดี และการที่อยู่ต่ำกว่าตาชั่งนั่นคือต้องไม่ให้อำนาจอยู่เหนือความเป็นจริงนั่นเอง

งู : งูที่ถูกเหยียบไว้อยู่ที่ด้านล่างหมายถึงสิ่งชั่วร้ายต่างๆที่จะต้องถูกควบคุมไว้ไม่ให้ออกไปทำร้ายผู้อื่น โดยงูจะอยู่บนหนังสือหนังสือนั้นก็คือหนังสือกฎหมายและรัฐธรรมนูญนั่นเอง